เท่าที่เวลายังมี

posted on 28 Feb 2013 22:56 by parmer in memo
 
ไม่ได้เขียนอะไรมาสักพัก ไม่ใช่ว่าเพราะไม่มีเรื่องจะเขียน
 
แต่เพราะเรื่องมันมากจนไม่สามารถจบลงได้ในหนึ่งบทความสั้นๆ
 
พ่อผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาล หลังจากที่เข้าไปรักษาตัวอยู่ร่วมสองเดือน
 
สาเหตุคือการหยุดเหล้า และประกอบกับสมองเสื่อมจากแอลกอฮอล
 
 
ผมใช้เวลาช่วงที่ผ่านมาเข้าออกโรงพยาบาล
 
และติดต่อประสานงานเพื่อให้พ่อได้รับการรักษาที่ดีกว่าที่เดิม
 
ที่ไล่ให้พ่อกลับบ้านตั้งแต่สามวันแรก และถ้าพ่อกลับวันนั้น วันนี้พ่อผมคงไม่อยู่แล้ว
 
 
ช่วงที่พ่ออยู่ระหว่างความเป็นความตายนั้น
 
เป็นช่วงที่ผมเพิ่งรู้ตัว ว่าผมรักพ่อมากแค่ไหน
 
มีหลายครั้งที่ผมกลับมาจากโรงพยาบาลและเมื่อเห็นข้าวของของพ่อยังอยู่ที่เดิม
 
ผมทำได้แค่นั่งร้องไห้ เพราะแค่คิดว่าถ้าพ่อไม่อยู่ ต่อไปจะเหลือผมคนเดียวในบ้านหลังนี้
 
แม้ที่ผ่านมาเราผ่านช่วงแย่ๆมาด้วยกันมากมาย ทะเลาะ เกลียดกัน รักกัน ปลอบประโลม
 
ไปจนถึงแทบจะฆ่ากันตาย .... จะด้วยฤทธิ์เหล้าหรือสมองเสื่อมก็ตามที
 
 
แต่ในวันที่พ่ออยู่ในสภาพนี้ สิ่งที่ผมคิดออกก็คือ
 
ต้องดูแลพ่อให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม
 
 
ช่วงแรกของการอยู่โรงพยาบาล พ่อจำผมได้บ้างไม่ได้บ้าง
 
บางครั้งถึงกับถามผมว่า เป็นคนที่ไหน ลูกใคร ... และผมตอบได้แค่ว่า เอ๊า...ผมลูกพ่อไง
 
เวลาดำเนินไปแบบนั้นเป็นเดือน แม้พ่อจะจำผมได้บ้างไม่ได้บ้าง
 
แต่สิ่งที่พ่อไม่เคยลืมก็ขอเงินผม ซึ่งนั่นทำให้ผมท้ออยู่ในหลายครั้ง
 
จนวันก่อนออกจากโรงพยาบาล
 
พ่อยังคงถามคำถามเดิมกับผมว่า เงินพ่อไปไหน ขอเงิน ... ซึ่งผมตัดพ้อไปอย่างแรงว่า
 
พ่อรู้มั้ยว่าผมเหนื่อยแค่ไหน พ่อถามผมสักคำมั้ยครับ ว่าผมเป็นไงบ้าง ร้อนไหมหนาวไหม สุขทุกข์เพียงใด
 
พ่อไม่ตอบ - และผมไม่อยู่รอฟัง
 
 
และวันพาพ่อกลับบ้านก็มาถึง หมอและพยาบาลต่างบอกให้ผมหาที่ดูแลพ่อสำรองไว้เวลาผมไม่อยู่
 
เพราะอาการพ่อต้องมีคนดูแล 24 ขั่วโมง และอาการสมองเสื่อมขนาดนี้นั้น
 
หมอเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะกลับมาได้หรือไม่ ผมต้องฝึกกระทั่งการให้อาหารพ่อทางสายยาง
 
เรื่อยเลยไปจนการเปลี่ยนผ้าอ้อม
 
 
พ่อถึงบ้าน - และผมเตรียมทุกอย่างให้ ขณะที่จะเปลี่ยนผ้าอ้อม
 
พ่อที่ยังจำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างนั้น
 
พูดขึ้นมาลอยๆว่า ... ทำไมพ่อจะไม่เป็นห่วงลูก
 
พ่อคิดถึงและเป็นห่วงลูกที่สุดรู้มั้ย
 
 
.....................
 
 
นั่นเป็นประโยคซึ้งๆระหว่างเราพ่อลูก แค่ไม่กี่ประโยคในชีวิตที่ผมจำความได้
 
และที่ผมทำได้ คือรีบเปลี่ยนผ้าอ้อม และกลั้นน้ำตาไว้ - น้ำตาแห่งความอัดอั้นและอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก
 
 
จากวันนั้น จนวันนี้
 
พ่ออาการดีขึ้นอยากน่าประหลาดใจ
 
แม้วันแรกๆผมจะรับมือไม่ไหว เพราะพ่อเล่นปีนประตูรั้วเพื่อออกไปข้างนอก
 
และผมกลับมาบ้านเจอพ่อล้ม แผลทั้งตัว...
 
 
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย
 
พ่อเลิกเหล้า ..อย่างน้อยก็เกือบสามเดือนแล้ว
 
ความจำกลับมา ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ก็พูดคุยรู้เรื่อง และดูแลตัวเองได้ในระดับที่ดี
 
 
ปีที่แล้ว
 
ใครบางคนที่ร้างลากับผมไปนั้น
 
โพสข้อความไว้อันหนึ่งว่า
 
เข็ดจนตาย ไม่มีความรักใดจะเหมือนความรักจากพ่อและแม่ ยิ่งกับคนอื่นมันเทียบกันไม่ได้
 
 
ผมเคยคิดในใจว่า
 
ใช่ - มันเทียบกันไม่ได้ จะเอาความรักคนละแบบแบบนี้
 
มาเปรียบกันได้อย่างไร มีใครบนโลกนี้บ้าง ที่เราจะบอกได้ว่า
 
รักเรามากกว่าพ่อกับแม่
 
 
และวันนี้ผมเพิ่งได้รู้
 
ว่ามันจริง
 
 
เราเลิกเป็นพ่อแม่ลูกกันไม่ได้
 
มันเป็นสมบัติติดตัว แม้จะตายจากกันแต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้
 
คือเรายังเป็นลูก และท่านยังเป็นพ่อและแม่
 
 
คนรักหรือใครที่เข้ามาในชีวิต
 
เมื่อวันหนึ่งหมดรัก หรือจะด้วยเหตุผลกลใด
 
ก็กลายเป็นคนอื่น
 
 
ในชีวิตผมเจอ" คนอื่น" มามากเกินพอแล้ว
 
 
และแม้วันหนึ่งวันใด
 
ความทรงจำของพ่อจะเริ่มเลอะเลือน และเริ่มเห็นผมเป็นคนอื่นอีกครั้ง
 
ก็ไม่เป็นไร
 
 
ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่
 
พ่อจะยังเป็นพ่อผมเสมอ
 
 
ขอบคุณและขอโทษสำหรับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นมาตลอด 8 ปีที่แม่ไม่อยู่
 
วันนี้เราสองคนยังหายใจ
 
นั่นแปลว่าไม่มีคำว่าสายไปในการดูแลกัน
 
เท่าที่เวลาของเราจะยังมี
 
 
............................................................
 
ขอบคุณ " คนอื่น" ทั้งหลายในชีวิต
 
ที่สอนให้ผมกลับมาหาเจอว่าความรักที่แท้จริงมันอยู่ที่ไหน
 
 
อยู่ใกล้ๆ - ในบ้านของเรานี่เอง
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#9 By parmer on 2013-04-30 12:09

big smile big smile big smile

#8 By in the mood for love on 2013-04-20 14:06

ขอบคุณมากครับ

#7 By parmer on 2013-04-08 14:40

สู้ๆนะคะพี่ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้คุณพ่ออาการดีขึ้นไวๆ ^^
big smile

#5 By parmer on 2013-03-02 23:24

ร้องไห้เลยค่ะ...

#4 By กาแฟ. on 2013-03-02 17:54

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By PIYA :) on 2013-03-02 01:03

big smile big smile

#2 By parmer on 2013-03-01 10:41

อ่านแล้วน้ำตาซึม แต่เป็นการซึมไปยิ้มไป surprised smile
บางที วันดีๆ ที่รออยู่ อาจไม่ได้หมายถึงวันที่ร่ำรวยเงินทอง
บางที วันดีๆ ที่รออยู่ อาจเป็นแค่วันนี้ที่รู้ว่ายังมีคนที่ห่วงเราเสมอ 
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่มาแบ่งปันกันนะคะ 
จะรอคอยติดตามผลงานอย่างเหนียวแน่น big smile

#1 By may (103.7.57.18|61.90.23.103) on 2013-03-01 08:40