พัดมาแล้วก็ผ่านไป

posted on 08 Oct 2012 00:54 by parmer in memo
 
เขียนบทความนี้ ตอนพายุกำลังมา ตามที่ข่าวได้ประกาศเตือนมาหลายวันก่อน
 
แม้จะลุ้นจนเหนื่อย ว่าจะมาหรือไม่มา มาแล้วจะท่วมหรือไม่ท่วม
 
และแล้ว - มันก็มาเคาะประตูบ้านผมในที่สุด
 
 
นึกถึงช่วงเวลานี้ ของปีที่แล้ว
 
ผมลี้ภัยน้ำท่วมไปอยู่ไกลถึงหาดใหญ่จังหวัดสงขลา
 
บ้านเกิดแม่ และบ้านเกิดคนรักของผมในขณะนั้น
 
 
มันเป็นการเดินทางไกลไปต่างถิ่นและพักอาศัยกับคนที่ไม่คุ้นเคย
 
ครั้งที่ยาวนานที่สุดนับจากเมื่อครั้งที่ผมไปเรียนต่อ ซึ่งครั้งนั้นมันนานมากแล้ว
 
 
ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผมอาศัยอยู่ที่นั่น
 
เป็นหนึ่งเดือนที่ทั้งสุขและทุกข์ไปพร้อมกัน
 
อบอุ่นใจ แต่ก็ ต้องปรับตัว ด้วยการที่ร้างลาการมีครอบครัวมานานเกินไป
 
ผมยอมรับว่าผมเข้ากับผู้อื่นลำบาก แต่ก็นั่นแหละ ด้วยอะไรสักอย่างที่เรียกว่าความรัก
 
ผมว่าผมก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะทำทุกอย่างในตอนนั้นให้มันดีที่สุด
 
 
ทุกวันผ่านไปด้วยความกังวลปนความสุข
 
กังวลว่าบ้านที่ผมจากมา ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง พ่อ ที่บอกผมว่าจะไปอยู่บ้านเพื่อนนั้น
 
ไปจริงมั้ย และยิ่งได้ตามข่าว ก็ยิ่งรู้สึกห่วงบ้านและอยากกลับไปดูมันให้เร็วที่สุด
 
แต่อีกด้านหนึ่ง ผมก็เริ่มพบว่า ครอบครัวและความอบอุ่นที่ผมขาดหายมานานนั้น
 
มันกำลังถูกเติมเต็มอย่างช้าๆ และแม้ผมจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
 
วันที่ต้องกลับไปบ้านของตัวเอง - ผมใจหายอย่างที่สุด ...
 
 
และบอกตามตรงว่า ผมไม่เคยคิด ว่าการกลับไปบ้านตัวเองครั้งนี้
 
จะทำให้ผมเลิกรากับคนรักไปอย่างถาวร
 
 
น้ำพัดเอาผมไปหาดใหญ่ด้วยความอุ่นใจ
 
และความพังพินาศของบ้านหลังน้ำท่วมกระชากผมกลับมาด้วยความเจ็บปวด
 
ผมใช้เวลานานเกินจะนับ เพื่อทำให้บ้านและจิตใจของตัวเอง
 
กลับคืนมาเหมือนเดิม
 
 
หนึ่งปีผ่านไป
 
พายุกำลังกลับมา และ ผมไม่รู้เลย ว่ามันจะนำสายน้ำกลับมาท่วมบ้านของผมอีกหรือไม่
 
แต่ทั้งสายน้ำและพายุตลอดหนึ่งปีนั้น
 
มันสอนผมไปในตัวว่า
 
 
น้ำมันมาแล้วมันก็แห้ง
 
ลมมันพัดแล้วมันก็เบา
 
ฝนมันตกแล้วมันก็ซา
 
 
ไม่ต่างอะไรเลยกับความอุ่นใจของความรัก 
 
วันหนึ่งเต็มตื้นเหมือนได้กลับมาบ้าน
 
และชั่วสายน้ำสายลมพัด
 
สิ่งที่เราคิดว่ามั่นคงแน่แท้ - ก็จางหายไปได้ ในพริบตา
 
 
ถ้าใครถามว่าผมผ่านหนึ่งปีที่แห้งแล้งนี้มาได้อย่างไร
 
ผมตอบได้แค่ว่า ผมยังคงอยู่ในความแห้งแล้ง ไม่ว่าฝนจะตกหรือพายุจะมา
 
 
ผมชินชาไปแล้วกับสิ่งเหล่านั้น
 
 
ไม่กี่วันนี้ เหมือนว่าลมฝนจะหอบเอาความรักกลับมาหาผมอีกครั้ง
 
โดยไม่อาจคาดเดา ว่าครั้งนี้พายุจะหอบอะไรมา
 
 
อย่างน้อย หัวใจผมมันก็ชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง
 
ฝนนอกหน้าต่างตกหนักกว่าเมือ่สักครู่ หวังว่าเมื่อตื่นมันคงซาไปแล้ว
 
 
เช่นกัน
 
คงต้องเตือนตัวเองไว้เสมอว่า
 
ไม่ว่า สายลม สายน้ำ สายฝน หรือ ความรัก
 
 
มันพัดมาแล้วก็มีเวลาที่พัดผ่านไป
 
เก็บช่วงเวลาที่ดีและอยู่กับสายฝนสายลมเหล่านั้นให้ดีที่สุด
 
 
เมื่อเวลาแห้งแล้งกลับมาเยือนอีกครั้ง
 
ใจเราจะได้มีความทรงจำดีดีเหล่านั้น
 
เอาไว้หล่อเลี้ยงชีวิต
 
 
 
 
มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
 
จะว่าไปผมว่าฝนมันเริ่มจะซาลงแล้ว
 
หวังว่าเช้าพรุ่งนี้อากาศคงจะดี
 
 
ก็ได้แค่หวังเอาไว้
 
 
:))
 

 
 
..........................................................................
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ลองมีชีวิต อยู่ให้เต็มที่ คับ ลอง ลอง ลอง ลอง ล้ม ล้ม ล้ม แล้วก็ลอง จนกว่า จะตาย ถึงเวลานั้น อาจไม่แห้งก็ได้ สำหรับ ไม่แห้งแล้งตอนตาย ถือว่าคุ้้มครับ ความทรงจำดีๆ ในวันวาน เพื่อนของคุณ คุณแม่ของคุณ ต้องให้กำลังใจคุณอยู่แน่ ผมเชื่อ อย่างนั้น และอย่างน้อย ข้อดี ของคุณ คือ คุณทำให้ผมติดตามเรืองของคุณอยู่เรื่อยมา ตั้งแต่ 1 ตุลา 55 คับ Take care กายใจตัวเอง เป็นกำลังใจให้คับ luffyconfused smile

#2 By Luffy จากไลน์ (103.7.57.18|115.67.227.100) on 2012-10-22 22:26

พรุ่งนี้คงเป็นเช้าที่สดใส ^^big smile

#1 By ช ม เ พ ลิ น * on 2012-10-09 02:55